3 เทคนิคในการทำให้ลูกน้องเก่งกาจมากขึ้น

3 เทคนิคในการทำให้ลูกน้องเก่งกาจมากขึ้น

Cr. https://lh5.googleusercontent.com

     หากท่านเก่งคนเดียว ก็เหนื่อยคนเดียว....แต่ถ้าท่านก็เก่ง (หรืออาจจะไม่ค่อยเก่ง) แต่ลูกน้องของท่านเก่งด้วย ท่านก็สบาย หรือ ลำบากไม่มากนัก แถมงานก็ออกมาดีด้วย...ได้รับผลงาน แฮ็ปปี้ กันทั่วหน้า (ยกเว้นท่านอยากดังคนเดียว) แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง นั่นคือ ท่านก็ไม่ค่อยเก่ง แถมลูกน้องอย่างห่วยแตกอีกด้วย แบบนี้ ก็ตัวใคร ตัวมัน ละครับท่าน   ดังนั้นจึงเป็นการดีอย่างยิ่งที่เราจะทำให้เพื่อนร่วมงาน และหรือลูกน้องของเรามีความสามารถมากขึ้น เพื่อร่วมกันผลักดันภารกิจในความรับผิดชอบให้บรรลุเป้าหมาย ได้ผลงาน มีความสุขกันทั่วหน้า อย่างมั่นคง และยั่งยืน
     อย่างไรก็ตามการทำให้ลูกน้อง และ/หรือ เพื่อนร่วมงานของเราเก่งขึ้นนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะหากทำได้ง่าย ก็คงมี Dream Team เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด แต่ว่าถ้าเรามีเทคนิคดีๆ เราก็สามารถสร้างทีมงานชั้นเยี่ยมขึ้นมาได้ ด้วยสาเหตุนี้เอง บทความของผมในฉบับนี้ จึงขอนำเสนอ 3 เทคนิคที่ช่วยทำให้ลูกน้องและ/หรือเพื่อนร่วมงานของเราเก่งขึ้น ฉลาดขึ้น ซึ่งจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน ท่านก็ลองอ่านดู แล้วลองนำไปทดลองใช้ดูนะครับ
   เอาล่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า 

 

สั่งให้น้อยลง ถามให้มากขึ้น
   มาเริ่มที่เทคนิคแรกก่อนเลย...ครับ....ถ้าท่านสังเกตดีๆ ลูกน้องที่ไม่ค่อยเก่ง ส่วนใหญ่แล้ว จริงๆ เขามีความเก่งอยู่ในตัว ไม่มากก็น้อย แต่มักจะขาดความมั่นใจในตนเอง ...เวลาให้ทำอะไร ด้วยความไม่มั่นใจ มักจะตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเลยว่า “แล้วผมควรจะทำอย่างไร” เหตุการณ์เหล่านี้มักจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับลูกน้องที่เคยชินกับการรับคำสั่ง กล่าวคือ รับคำสั่งว่าจะทำให้ทำอะไร และทำอย่างไร...จนไม่มีโอกาสได้คิดเลย...ดังนั้นหากถูกสั่งให้ทำอะไร แต่ไม่ได้บอกว่าทำอย่างไร ...ความไม่มั่นใจจะเกิดขึ้นทันที...หากลูกน้อง หรือ เพื่อนร่วมงานของเราทุกคนเป็นแบบนี้หมด...หน่วยงาน/องค์กร ของเราก็จะแย่แน่ๆ ดังนั้น การรักษาสมดุลระหว่างการมีลูกน้อง “ที่ทำตามสั่งได้เป็นอย่างดี แต่คิดอะไรไม่เป็น” กับ “การที่มีลูกน้องที่ช่วยเราคิดได้ เมื่อเราบอกว่าเราต้องการอะไร” จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการอยู่รอดของหน่วยงานในยุคดิจิตอล รวมเป็นถึงการที่จะมีคนมาแบ่งเบาภาระของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ......ผมขอสรุปประเด็นสำคัญของเทคนิคนี้ ก็คือ “สั่งให้น้อยลง แต่ถามให้มากขึ้น” เช่น “ถามลูกน้องว่า ถ้าท่านต้องการแบบนี้ ลูกน้องท่านจะทำอย่างไร” เมื่อเขาถูกฝึกให้คิด เขาจะมีความมั่นใจขึ้น และช่วยเราได้มากขึ้น


ลดความเคร่งครัด และความเป็นทางการลงหน่อยหนึ่ง
    เราต้องยอมรับความจริงเรื่องหนึ่งว่า หากเราต้องการให้ลูกน้องเราเก่ง เราก็ต้องเปิดโอกาสให้เขาได้ฝึกคิดบ่อยๆ ดังที่ผมได้กล่าวไปในเทคนิคประการแรกแล้ว และสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเสริมให้เทคนิคแรกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นั่นคือ การสร้างบรรยาการกาศทำงานมิให้ตึงเครียด หรือ เป็นทางการมากเกินไป จนลูกน้องเกร็ง กันจนเป็นตะคริวไปหมด หรือ ผ่อนคลายเกินไป จนไร้ระเบียบ ควบคุมอะไรไม่ได้เลย....การสร้างบรรยากาศการทำงานที่เกื้อกูลต่อการดึงความเก่งของลูกน้องของท่านของออกมา จึงเป็นเทคนิคเสริมอีกเทคนิคหนึ่ง ที่มีผลอย่างยิ่งต่อการทำให้ลูกน้อง และ/หรือเพื่อนร่วมงาน นำความเก่งในตัวเขามาช่วยสนับสนุนท่านได้ 


ความรับผิดชอบมาพร้อมกับอำนาจหน้าที่
อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงของผม ในฐานะที่เคยเป็นลูกน้อง (ปัจจุบันก็ยังเป็นลูกน้องอยู่ครับ แต่ก็มีลูกน้องของตนเองบ้าง)....ประสบการณ์ในเรื่องนี้ ก็คือ บางทีเจ้านายชอบมอบความรับผิดชอบ แต่ไม่มอบอำนาจหน้าที่ให้...หากใครเจอแบบนี้ ก็จะเซ็งไปเลย...เพราะว่า หากมอบแต่ความรับผิดชอบ แต่ไม่มอบอำนาจหน้าที่ มันก็เหมือนให้เราไปเข็นรถถัง M-60 ขึ้นเขา แต่ไม่จัดรถลาก หรือ เครื่องมือในการเข็นที่มีกำลังแรงพอ ....(ชาตินี้เราจะเข็นมันขึ้นเขาด้วยแรงของคนๆ เดียว มันจะเป็นไปได้หรือ...) หรือ หากว่าท่านเคยดูหนังเรื่อง “Spider Man” จะมีวาทะเด็ดว่า “อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง” คือ แบบว่า “Spider Man” มีพลังพิเศษมากมาย แต่ “Spider Man” ก็ต้องมีความรับผิดชอบในการช่วยเหลือผู้คนด้วย เนื่องจากได้รับพลังพิเศษมาแล้ว อะไรทำนองนั้น...หากจะเป็นเจ้านายที่ดี เวลามอบหมายความรับผิดชอบให้ลูกน้อง ก็ต้องมอบอำนาจหน้าที่ที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบที่มอบหมายให้กับลูกน้องด้วยนะครับ

 

เอาล่ะครับ...ก็เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้มีความสลับซับซ้อน และลึกซึ้งอะไร เป็นหลักการ/เทคนิคง่ายๆ แต่เจ้านายส่วนใหญ่มักจะลืม......ก็อย่าลืมกันบ่อยนะครับ....ท่านเจ้านาย 
 

พันเอก ด๊อกเตอร์ อรรถสิทธิ์ หัสถีธรรม หรือ เสธ.หนุ่ย (เตรียมทหารรุ่น 29) ปัจจุบัน เป็น ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย และแผน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี หรือ TPQI เชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์

ความคิดเห็น (0)