จะอยู่ หรือ จะตาย...ขึ้นอยู่กับ MIND SET นวัตกรรมในธุรกิจของท่าน

จะอยู่ หรือ จะตาย...ขึ้นอยู่กับ MIND SET นวัตกรรมในธุรกิจของท่าน

Cr. https://paxsims.files.wordpress.com/2014/12/innovationmindset-paulhsu.jpg

 ตอนนี้ Thailand 4.0 กลายเป็นกระแสที่ทุกคน และทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรประเภทใดๆ ต้องเกาะให้ติดกระแสเหล่านี้ เนื่องจากหากเกาะไม่ติด...ธุรกิจอาจจะไปไม่รอด....
    Thailand 4.0 ให้ความสำคัญกับอะไร.....Thailand 4.0 ให้ความสำคัญกับการอยู่รอดขององค์กร ด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม.....เพิ่มเติมด้วยการขับเคลื่อนด้วย Digital Technology หรือ Digital Driven… 
    องค์กรธุรกิจใด ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน หรือ ใหญ่ใตปานใด หากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กรไปสู่การเป็นองค์กรที่มี Mind Set ของการคิดแบบสร้างสรรค์ และการสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมแล้ว ก็ยากที่จะแข่งขัน หรือ คงอยู่ในยุค Thailand 4.0 ได้


Mind Set ของผู้นำ และสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลคือปัจจัยแห่งความสำเร็จ
    โดยธรรมชาติแล้ว คนเราทุกคนมีพลังความคิดสร้างสรรค์ และ พลังแห่งการสร้างนวัตกรรมอยู่ในตัวอยู่แล้วทุกคน แต่อาจจะมากน้อยแตกต่างกัน...ดังนั้นจึงหน้าที่ของผู้นำองค์กรที่จะต้องสร้างสภาวะแวดล้อม หรือ วัฒนธรรมองค์กรที่เกื้อกูลต่อการดึงพลังงานคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมออกมาที่อยู่ในตัวบุคลากรออกมาช่วยสร้างสรรค์ และนำไปสู่การสร้างเป็นนวัตกรรมให้ได้มากที่สุด  
    อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของการสร้างสภาวะ หรือ วัฒนธรรมที่เกื้อกูลต่อการดึงพลังความคิดสร้างสรรค์ และพลังแห่งการสร้างนวัตกรรม จะต้องเริ่มต้น ที่ Mind set ของผู้นำองค์กร และ ถ่ายทอด Mind set เหล่านี้ไปสู่บุคลากรทุกคนในองค์กร....ตามด้วยมาตรการ หรือ กลยุทธ์ทั้งหลายทั้งปวง ที่จะส่งเสริม สนับสนุน ในเกิด Mind set แห่งการคิดแบบสร้างสรรค์ และ ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมขึ้นในองค์กรธุรกิจ 


ดูเหมือนง่าย แต่ยากโคตรๆ
    ฟังดูจากเนื้อหาข้างต้นแล้ว ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นแต่อย่างใด...อย่างไรก็ตามการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง Mind Set ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย....ผมจะขอยกตัวอย่างในชีวิตจริง...เช่น หากคนๆ หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นชาย หรือ หญิง ก็ตามแต่ หากต้องการลดน้ำหนักสัก 5 กิโลกรัม....คนๆ นั้นจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ซึ่งแน่นอนที่สุด จะต้องเริ่มต้นที่การปรับ Mind Set ก่อน...หรือ ชายคนหนึ่ง ที่ติดบุหรีอย่างหนัก หากต้องการเลิก หรือ ลดการสูบบุหรี่ ก็จะต้องปรับตัวอย่างหนักเช่นเดียวกัน และในทำนองเดียวกันกับการลดน้ำหนัก สิ่งแรกที่จะต้องปรับในการเลิก หรือ ลดบุหรี่ คือ ต้องปรับ Mind set เสียก่อน....เนื่องจาก Mind Set จะจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมใดๆ ของ มนุษย์....
    การปรับ Mind set เพื่อนำไปสู่การลดน้ำหนัก หรือ การเลิกบุหรี เป็นเรื่องของคนเพียงคนเดียว...แต่การสร้าง Mind set แห่งการคิดแบบสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมขององค์กรธุรกิจ เป็นการปรับ Mind set ของคนทั้งองค์กร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องหินสุดๆ.....
    ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยาก....แต่ถ้าหากมีก้าวแรกแห่งการเริ่มต้น ซึ่งจะเป็นจุดที่ยากที่สุด....และถ้าหากผ่านก้าวแรกนี้ไปได้ ก็จะมีก้าวที่สอง สาม สี่ ห้า และ ในที่สุด ก็จะไปสู่เป้าหมายแห่งการสร้าง Creative and Innovation Mind set Culture ได้


เปิดใจ รับเรื่องราว....จุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลง
    คำถามที่ท้าทาย ก็คือ เราจะเริ่มต้นก้าวแรก ในเรื่องการสร้าง Creative and Innovation Mind Set Culture ได้อย่างไร....
    วิธีการที่ง่ายที่สุดในการเปลี่ยนแปลงจากองค์กรที่ขาดความคิดสร้างสรรค์ และขาดพลังแห่งการสร้างนวัตกรรม ไปสู่องค์กรรูปแบบใหม่ ที่มีสภาพแตกต่างจากสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็คือ ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง หรือ การเริ่ม Start ก้าวแรก....ก็คือ การทำความเข้าใจกับบุคลากรในช่วงเวลาที่ผ่านมา สถานะขององค์กรในปัจจุบันเป็นอย่างไร...หากไม่เปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรม จะเกิดอะไรขึ้น.และจะส่งผลกระทบอย่างไร ต่อคุณภาพชีวิตของเขา..แต่ถ้าร่วมกันเปลี่ยน ร่วมกัน Change (แน่นอนที่สุด การเปลี่ยนแปลงจะต้องเริ่มต้นที่ผู้นำองค์กรนั้นๆ) องค์กรจะเป็นอย่างไร......และจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อคุณภาพชีวิตของเขา
    อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มต้นเรื่องราวขององค์กร ....ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรก็คือ การเริ่มต้น ที่เรื่องราวของ บุคลากรแต่ละคน....นั่นก็คือ การให้บุคลากรเล่าเรื่องราวในปัจจุบันของเขา....และสิ่งที่เขาต้องการเห็น หรือ จำเป็นจะต้องเปลี่ยน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผลักดันองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรม ที่ให้องค์กรธุรกิจของเขาอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนได้อย่างไร
    การเล่าเรื่องราว ณ ปัจจุบัน และอนาคตที่คาดหวัง ของบุคลากรแต่ละคน จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิด และความรู้ที่แต่ละคนมีอยู่ และจุดประกายให้กับบุคลากรอื่นๆ ในองค์กรนั้น....กล่าวคือ นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างบรรยากาศแห่งความคิดสร้างสรรค์ 

 

Workshop สร้าง Creative & Innovative Mindset 
    ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสร้าง Creative & Innovative Mind Set ได้แนะนำไว้ว่าในการทำ Workshop ควรจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
    ขั้นที่ 1: การประเมินความต้องการขั้นต้นก่อนทำ Workshop
    ในขั้นตอนที่ 1 นี้จะเป็นการรวบรวมเรื่องเล่า จากบุคลากรในองค์กร เรื่องเล่าที่ว่านี้ คือ สิ่งบุคลากรแต่ละคนกำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน และสิ่งเขาเหล่านั้นต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคต ต่อจากนั้น เรื่องเล่าเหล่านั้นจะถูกรวบรวมและแยกแยะว่าอะไร หรือ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส หรือ อุปสรรค...
เรื่องราวที่น่าสนใจที่สะท้อนให้เห็นความคิดในเชิงสร้างสรรค์มากที่สุด 3 เรื่องจะถูกหยิบยก และเจ้าของเรื่องราวนั้นจะนำเสนอเรื่องราวของตนเองใน Workshop


     ขั้นที่ 2: การทำ Workshop
     ในขั้นตอนที่ 2 จะเป็นให้เจ้าของเรื่องราวที่น่าสนใจที่ได้จัดลำดับไว้จำนวน 3 เรื่อง มานำเสนอเรื่องราวของตน เพื่อเป็นการจุดประกายให้กับบุคลากรอื่นๆ ในองค์กร และหลังจากการนำเสนอ ก็จะให้บุคลากรร่วมกันปรับเรื่องราวของตนเองใหม่...ในหัวข้อ “ก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรม” โดยโครงสร้าง หรือ เนื้อหาของเรื่องราวที่ปรับใหม่นี้ ประกอบด้วย
     1)    สะท้อนความเป็นจริงในปัจจุบัน: สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่งผลดี ผลเสีย อย่างไรต่อความอยู่รอดขององค์กร
     2)    นำเสนอแนวคิดในการปรับปรุง/ปรับเปลี่ยน: จากสภาพในปัจจุบัน จะต้องปรับปรุงอะไร อย่างไร
     3)    เขียนเรื่องราวแห่งอนาคต: จาก 1) และ 2) ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเขียนเรื่องราวแห่งอนาคตขององค์กร เมื่อมีการปรับเปลี่ยน/ปรับปรุงจากสภาพในปัจจุบันที่ระบุไว้ในข้อ 2
    4)    แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราว: ผู้เข้าร่วม Workshop แลกเปลี่ยนเรื่องราวแห่งอนาคตที่ได้จากข้อ 3)
    5)    ร่วมระดมความคิด:  หลังแลกเปลี่ยนความคิด ก็มาร่วมบูรณาการความคิด ด้วยระดมสมองว่าจะเอานำความคิดไปสู่การปฏิบัติ และส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างไร
   6)    ร่วมสร้างเรื่องราวแห่งอนาคต: สรุปความคิดเห็น และเรื่องราวที่เป็นไปได้มากที่สุด
   7)    สร้างแผนปฏิบัติการ: ข้อสรุปจาก ข้อ 6) จะถูกนำมาสร้างเป็นแผนปฏิบัติการที่จะนำองค์กรไปสู่การเป็น Creative & Innovative Organization ต่อไป

 

ขั้นที่ 3: สร้างผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
    หากจะทำให้แผนที่ถูกสร้างในขั้นตอนที่ 2 ถูกแปลงไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์ ได้อย่างมีประสิทธิผล จำเป็นต้องมีผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงกระจายไปในองค์กร โดยผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้จะทำหน้าที่ตอกย้ำภาพแห่งอนาคตที่ทุกคนในองค์กรร่วมกันสร้างในขั้นที่ 2 ให้อยู่ในห้วงความคิดของบุคลากรทุกคนอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงพัฒนาระบบประเมินผล ว่า วัฒนธรรมองค์กรได้ถูกปรับเปลี่ยนไปในแนวทางที่ต้องการให้เกิดหรือไม่
    ข้างต้นคือ เหตุผลความจำเป็นที่องค์กรธุรกิจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนขนาดใหญ่ ในมิติของวัฒนธรรมองค์กร จากวัฒนแบบเดิมๆ ไปสู่วัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรม...โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ก็คือการปรับเปลี่ยน Mind Set ของผู้นำองค์กร ตั้งแต่ระดับสูงสุด จนถึงระดับผู้ปฏิบัติ....และขั้นต้นในการสร้างสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่สลับซับซ้อนแต่อย่างใด....

 

ความท้าทายก็คือ ท่านในฐานะผู้นำองค์กรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น SMEs หรือ ธุรกิจที่มี Size ใหญ่กว่า SMEs พร้อมที่จะเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง และผลักดันองค์กรไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือไม่....

พันเอก ด๊อกเตอร์ อรรถสิทธิ์ หัสถีธรรม หรือ เสธ.หนุ่ย (เตรียมทหารรุ่น 29) ปัจจุบัน เป็น ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย และแผน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี หรือ TPQI เชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์

ความคิดเห็น (0)