เก็บตกจากญี่ปุ่น (ตอนที่ 1)

เก็บตกจากญี่ปุ่น (ตอนที่ 1)

Cr.

ในช่วงวันที่ 25-30 พฤษภาคม 2557 ผมมีโอกาสเดินทางมาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น การเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตผม การเดินทางทั้งสองครั้งนี้ มีทั้งเรื่องที่เหมือนกัน และ เรื่องที่ต่างกัน ...เรื่องแรก ก็คือ ทั้งสองครั้งผมต้องมาดูงาน และพัก ที่โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น....แตในการเดินทางครั้งแรก เป็นการเดินทางเพื่อสัมมนาเรื่อง "การบรรเทาสาธารณภัย"....ส่วนครั้งที่สอง มาดูงานในเรื่องวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี.....ของญี่ปุ่น เป็นหลัก อย่างไรก็ตามก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ ที่ผมได้ “เก็บตก” เพื่อมาเล่าสู่กันฟังอีกหลายๆ เรื่อง


วินัยสร้างชาติให้เข้มแข็ง

สิ่งแรกที่เก็บตก และต้องเล่าให้ทุกท่านฟัง ก็คือ ความมีระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่น เท่าที่เห็นคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีท่าทางกระชับกระเชง...ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง....เช่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย...ไม่ว่าจะไปสถานที่ไหน ลักษณะท่าทางของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น จะคล้ายๆ กัน...คือ ค่อนข้างเคร่งครัดต่อการปฏิบัติตามหน้าที่....

ภาพที่น่าสนใจอีกภาพหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความมีระเบียบวินัยอย่างยิ่งของคนญี่ปุ่น ก็คือ ภาพการเข้าแถวรับอาหารของคนญี่ปุ่น ในเหตุการณ์การประสบภัยพิบัติครั้งร้ายแรงจากคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งความทุกข์ยากแบบหนักหนาสาหัสเหล่านี้ ก็ไม่ได้ไปลดทอนความมีระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่นได้แม้แต่น้อยอากัปกริยา...ที่แสดงออกมานี้ สะท้อนให้ถึงความมีวินัยของคนญี่ปุ่น ...เป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในสายเลือด ซึ่งนำในไปสู่การสร้างความสำเร็จในมิติต่างๆ ให้กับประเทศญี่ปุ่น ทั้งๆ ที่ญี่ปุ่นนั้นไม่ได้มีทรัพยากรธรรมชาติที่มากมาย และเป็นประเทศที่ต้องประสบภัยพิบัติทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นจากธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา เช่น แผ่นดินไหว เป็นต้น



ธุรกิจ SMEs รากฐานระบบเศรษฐกิจของญี่ปุ่น

ในมิติทางด้านเศรษฐกิจ มีสิ่งหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่น มีความเหมือนกับไทย ก็คือ ธุรกิจ SMEs (Small and Medium Enterprises) นั้น ถือเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจของประเทศ  (97% ของจำนวนธุรกิจในญี่ปุ่น เป็น SMEs สำหรับไทยน่าจะประมาณ 80 กว่า %) อีกทั้งนโยบายในการส่งเสริม/สนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่น ก็ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกับประเทศไทย อย่างไรในเชิงประสิทธิผลระหว่างนโยบายฯ ของญี่ปุ่น กับ นโยบายฯ ของไทย นั้น ดูเหมือนจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดินเราจะเห็นได้ว่า มีกิจการ/ธุรกิจของประเทศญี่ปุ่น ทั้งขนาดใหญ่ และธุรกิจ SMEs มาลงทุนในประเทศไทย และประเทศในกลุ่มอาเซียน เป็นจำนวนมาก การที่ธุรกิจของญี่ปุ่น สามารถขยายออกสู่ต่างประเทศได้ ปัจจัยหลักมาจากการสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน และ ด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน 


ซามูไร Japan’s Change Agent


ย้อนหลังไปเมื่อ 200 ปีที่แล้ว หรือ ในช่วงเวลาเดียวกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ของไทย ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศ หลังจากที่ปิดประเทศไม่ติดต่อกับประเทศภายนอกมาเป็นเวลาหลายร้อยปี การเปิดประเทศของญี่ปุ่นนั้นได้เปิดรับความทันสมัยแห่งโลกตะวันตก อย่างไรก็ตามการเปิดประเทศในห้วงเวลานั้น ถึงว่าเป็นอะไรที่ต้องให้คนในประเทศพร้อมที่จะก้าวไปด้วยกัน...ดังนั้นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง หรือ Change Agent จึงเป็นหัวใจสำคัญ หรือ ปัจจัยแห่งความสำเร็จประการแรก ของการก้าวไปสู่อนาคตของญี่ปุ่น ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ Change Agent ในช่วงเปิดประเทศของญี่ปุ่น ก็คือ เหล่านักรบซามูไร ซึ่งถือว่าเป็นชนชั้น Elite ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเป็นนักรบ มีความสามารถในการนำคน การตัดสินใจ ความฉลาดเฉลียว และ ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ดังนั้นเป้าหมายที่กำหนดไว้ในเรื่องการเปิดประเทศไปสู่ความทันสมัย จึงเกิดความสำเร็จตั้งแต่จุดเริ่มต้น


ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

เป็นที่รู้กันดีว่า ญี่ปุ่นนั้นมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในระดับที่สูงมาก ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นปัจจัย หรือ พลังอำนาจที่ไปเสริมให้พลังอำนาจทางด้านอื่นๆ ของ ญี่ปุ่น เช่น เศรษฐกิจ สังคม และด้านอื่นๆ มีความเข้มแข็ง รากฐานแห่งความสำเร็จในเรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัด ก็คือ  “การปลูกฝังให้เยาวชนคิดในสิ่งใหม่ๆ และมองไปในอนาคตข้างหน้า"  


นั่นคือเรื่องราวการเก็บตก...ที่ผมเห็นว่าเป็นสาระสำคัญที่ควรจะมาเล่าสู่กับท่านผู้อ่าน ครับ อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องเก็บตก อีกหนึ่งเรื่อง นั่นก็คือ เรื่องอาหารการกิน หรือ เรื่องของอร่อยที่ผมได้ไปลิ้มรสมา ในช่วง 5 วัน ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  จะมาขอเล่าให้ฟังในตอนหน้าครับ

ความคิดเห็น (0)
Latest Article
Most Popular Article
Go to Top