Military Revolution ด้วยเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (ตอนที่ 7) เทคโนโลยีจรวด และอาวุธนำวิถี (1)

Military Revolution ด้วยเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (ตอนที่ 7)  เทคโนโลยีจรวด และอาวุธนำวิถี (1)

Cr.

ในตอนที่ 6 ของ บทความเรื่อง “Military Revolution ด้วยเทคโนโลยีป้องกันประเทศ” ผมได้เล่าให้ทุกท่านฟังเกี่ยวกับ “แผนที่นำทาง 8 เทคโนโลยีเป้าหมาย ของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI Technology Roadmap)” ซึ่งเป็นแผนที่นำทางที่ใช้ในการกำหนดลำดับความเร่งด่วนให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมายทั้ง 8 เทคโนโลยีของ สทป. ที่จะต้องสอดคล้องกับพลวัตของสภาวะแวดล้อมทางด้านความมั่นคงของโลก และของประเทศ และปัจจัยสำคัญอื่นๆ 

สำหรับในตอนนี้ ซึ่งเป็น ตอนที่ 7 ผมจะมาเล่าให้ฟังท่านผู้อ่านถึง เทคโนโลยีจรวด และอาวุธนำวิถี ซึ่งในตอนนี้ จะเป็นตอนที่ 1 ของ “เทคโนโลยีจรวด และอาวุธนำวิถี”

ความเป็นมาเทคโนโลยีจรวด


            


เทคโนโลยีจรวด เริ่มต้นในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพเยอรมันได้สร้างจรวด V2 ไว้ใช้ในการโจมตีเกาะอังกฤษ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีจรวด แบ่งได้ออกเป็น 2 ค่าย ได้แก่ เทคโนโลยีจรวดค่ายคอมมิวนิสต์ และ เทคโนโลยีจรวดของค่ายตะวันตก เทคโนโลยีจรวดค่ายคอมมิวนิสต์ เน้นการทำลายเป็นพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น สงครามจีนสั่งสอนเวียดนาม ส่วนเทคโนโลยีจรวดค่ายตะวันตก เน้นความแม่นยำเป็นหลัก

การป้องกันประเทศเชิงรุก   

อำนาจการยิงด้วยจรวด และอาวุธนำวิถี เป็นศักยภาพด้านการป้องกันประเทศเชิงรุก ที่สำคัญยิ่งของทุกเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ แต่การจัดหาจรวด และอาวุธนำวิถี เพื่อนำเข้าประจำการนั้นต้องใช้งบประมาณสูงมาก อีกทั้งยังไม่สามารถใช้ในการฝึกได้ เนื่องจากมีราคาแพง ไม่สามารถซ่อมบำรุงได้เอง มีอายุใช้งานจำกัด และต่างประเทศรู้ถึงอัตราบรรจุ สมรรถนะ และวันปลดประจำการ ดังนั้น สทป. จึงได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีจรวด และอาวุธนำวิถี เพื่อการพึ่งพาตนเองของกองทัพ โดยได้จัดทำแผนแม่บทการวิจัย และพัฒนาจรวดเพื่อความมั่นคง ซึ่งได้รับอนุมัติจากสภากลาโหมให้ดำเนินการเมื่อ กันยายน 2549

แนวความคิด และขอบเขตของเทคโนโลยี


เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของกองทัพ สทป. มีแนวความคิดในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีจรวดและอาวุธนำวิถี ตามแผนแม่บทวิจัยและพัฒนาจรวดเพื่อความมั่นคง โดยจะเริ่มต้นจากง่ายไปยาก และต้องสอดคล้องกับความต้องการของเหล่าทัพ โดยมีลำดับขั้นการวิจัยและพัฒนา ได้แก่ 1) ระบบจรวดหลายลำกล้องแบบไม่นำวิถี ระยะยิงไกล, 2) ระบบจรวดหลายลำกล้องแบบนำ และไม่นำวิถี ระยะยิงปานกลาง, 3) อาวุธปล่อยนำวิถีระยะใกล้ต่อสู้รถถัง และเป้าพื้นน้ำ, 3) อาวุธปล่อยนำวิถีระยะใกล้พื้นสู่อากาศ, 4) อาวุธปล่อยนำวิถีระยะปานกลางต่อต้านเป้าพื้นน้ำ, 5) อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นระยะไกล, 6) อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นระยะปานกลาง, และ 7) อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศระยะปานกลาง เป็นต้น

ทั้งนี้รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีจรวดและอาวุธนำวิถี ได้แก่ โรงปฏิบัติการวิจัยและพัฒนา และ สนามทดสอบอาวุธ ที่มีมาตรฐาน

การเกิดขึ้นของโครงการระบบจรวดหลายลำกล้องแบบไม่นำวิถี DTI 1

จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการดำเนินการความสัมพันธ์กับมิตรประเทศในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบจรวดหลายลำกล้องที่ทันสมัยให้กับกองทัพบก และเสริมสร้างความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีจรวดให้แก่หน่วยวิจัย และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม โดยอนุมัติหลักการให้ สทป. รับถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบจรวดหลายลำกล้องแบบ DTI 1 และนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาโรงปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาจรวดและอาวุธนำวิถี รวมถึงการจัดหาเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นในการวิจัย และพัฒนาต้นแบบ พร้อมทั้งดำเนินการวิจัยและพัฒนาวิศวกรรมย้อนกลับกระบวนการสร้างต้นแบบระบบจรวดหลายลำกล้องแบบ DTI-1 ต่อยอดจากกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในกระบวนการสร้างต้นแบบจรวดที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อส่งมอบให้แก่กองทัพบก รวมถึงการพัฒนาระบบจรวดและอาวุธนำวิถีอื่นๆ ตามแนวความคิด และขอบเขตการวิจัยและพัฒนาตามแผนแม่บทการวิจัยและพัฒนาจรวดเพื่อความมั่นคง

จากผลการดำเนินการโครงการ สทป. ได้ส่งมอบต้นแบบระบบจรวดหลายลำกล้องแบบไม่นำวิถี DTI-1 ระยะยิงไม่เกิน 180 กิโลเมตร ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมิตรประเทศ ให้กับ กองทัพบก และได้ทำวิศวกรรมย้อนกลับเพื่อวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบจรวดหลายลำกล้องฯ แบบ DTI-1  



ภาพที่ปรากฏ เป็นภาพการส่งมอบระบบจรวดหลายลำกล้องแบบไม่นำวิถี DTI 1 เมื่อปี 2554 ระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ. และ กองทัพบก โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี

ครับ ข้างต้นคือ ตอนที่ 1 ของ “เทคโนโลยีจรวด และอาวุธนำวิถี” ซึ่งถือได้ว่าเป็น “เทคโนโลยีหลักที่สำคัญยิ่งในแผนที่นำทางของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป.”...ในฉบับหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังในตอนที่ 2 นะครับ

พันเอก ดร.อรรถสิทธิิ์ หัสถีธรรม, Infopreneur & Strategy Pirate

ความคิดเห็น (0)
Latest Article
Most Popular Article
Go to Top